เข้าสู่ระบบ!!
หน้าแรก สินค้า เว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรา บทความ วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
ภาษาไทย
Mobile    
ค้นหา:
  บทความ  รถเข็น 
สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 19/04/2548
ปรับปรุงเวบเมื่อ 12/04/2560
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 1039


หมวดหมู่สินค้า/บริการ



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

Link
แลกเปลี่ยนเงินวันนี้
THAI NN



 

    

POLARIS TRAVEL SERVICE CO.,LTD.

บริษัท โพแลร์ริส การท่องเที่ยว จำกัด

TEL. 02-331 6235-6, 02-740 3756, 086 312 4569 

FAX. 02-331 6236

Line Id : polaristour

 มีความยินดีที่ท่านได้ใช้บริการของเราค่ะ

บทความ
ลุยถิ่นลอดช่อง ส่องวิถีคนสิงคโปร์ ( 1) (อ่าน 9630/ตอบ 0)
เมอร์ไลอ้อน สัญลักษณ์อันโดดเด่นของสิงคโปร์
       อันที่จริงเมืองไทยเราก็มีที่ให้เที่ยวอยู่มากมายและหลากหลาย แต่ถ้าคิดอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศ เพื่อเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่และเพิ่มประสบการณ์ให้กับชีวิตด้วยการไปท่องเที่ยวที่ต่างประเทศ ก็คงจะไม่ใช่เรื่องเสียหลายอะไร อย่างน้อยๆ ก็คงทำให้รู้ว่าบ้านอื่นเมืองอื่นเขามีอะไรน่าสนใจและก้าวไปถึงไหนแล้ว
       
       ซึ่งเมื่อเทียบโอกาสและความเป็นไปได้แล้ว ผมคิดว่า "สิงคโปร์" ดูจะเป็นประเทศในอันดับต้นๆที่คนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก ยิ่งเดี๋ยวนี้ที่การเดินทางจากเมืองไทยไปประเทศสิงคโปร์แสนจะสะดวกสบายมีทั้งสายการบินระดับชาติและสายการบินต้นทุนต่ำให้บริการอยู่หลายเจ้า ยิ่งทำให้คนไทยนิยมไปเที่ยวเมืองลอดช่องกันมากขึ้นเรื่อยๆ
       
       ว่าแล้วผมก็เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า โบกมือบ๊ายบายไทยแลนด์ชั่วคราวออกเดินทางสู่สิงคโปร์อย่างไม่รีรอลังเล ครั้นพอถึงยังเมืองลอดช่องผมไม่ลืมที่จะปรับนาฬิกาเสียใหม่ เพราะที่สิงคโปร์เวลาจะเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง

 
ย่านไชน่าทาวน์ ถิ่นเก่าแก่ของชาวจีนอพยพในสิงคโปร์
       สิงคโปร์มีพื้นที่เพียง 600 กว่า ตร.กม. ซึ่งตัวเลขนี้อาจจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะเท่าที่ผมเห็นนั้นมีหลายจุดที่เขาจัดการถมทะเลเพื่อเพิ่มพื้นที่แผ่นดินให้มีมากขึ้น แต่เมื่อเทียบแล้วก็ยังเล็กกว่าหลายๆ ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทว่าประเทศไซส์เล็กแห่งนี้ กลับเป็นประเทศที่ดูจะมั่งคั่งเต็มไปด้วยเทคโนโลยีความทันสมัย จึงทำให้สถานที่ท่องเที่ยวของสิงคโปร์หลายแห่งเป็นสิ่งก่อสร้างประเภทมนุษย์สร้างขึ้นมา (Man Made)
       
       ผมไม่ปล่อยเวลาให้เสียไปเนิ่นนาน มุ่งตรงไปที่ อ่าวมาริน่า (Marina Bay) ที่ซึ่งมีรูปปั้นตัวสิงโตทะเลหรือที่รู้จักในชื่อของ เมอร์ไลอ้อน (Merlion) ซึ่งตั้งเด่นเป็นสง่าและพ่นน้ำออกจากปากอยู่ตลอดเวลา เพราะนี่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์ เดี๋ยวจะหาว่าผมมาไม่ถึงสิงคโปร์จริงๆ ซึ่งนอกจากจะได้ยืนเต๊ะท่าถ่ายรูปกับเจ้าครึ่งสิงโตครึ่งปลาตัวนี้แล้ว ยังได้เห็น โรงละครเอสพลาเนด (Esplanade - Theatres on the bay) ที่เด่นด้วยรูปทรงคล้ายกับลูกทุเรียนนั่นเอง ว่ากันว่าโรงละครแห่งนี้ทั้งอลังการและมีความล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีที่น่าตื่นตาตื่นใจหลายอย่าง ผมจึงใช้เวลากับที่นี่นานพอสมควร

 
ศูนย์มรดกทางวัฒนธรรมของชุมชนชาวจีนในสิงคโปร์ที่จัดแสดงไว้อย่างน่าชม
       จะว่าไปความเป็นประเทศเล็กๆ ของสิงคโปร์นี่ ก็เป็นข้อที่ทำให้เราได้เห็นอะไรง่ายและชัดเจนขึ้น อย่างภาพความแตกต่างของผู้คนในหลากหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรม แค่ภาษาราชการนี่ก็มีทั้ง ภาษาอังกฤษ จีน มาเลย์ และทมิฬ ซึ่งถ้าเป็นผู้ใหญ่ส่วนมากก็จะพูดภาษาจีน แต่ถ้าเป็นเด็กวัยรุ่นคนทำงานนี่ก็ส่งเสียงกันด้วยภาษาอังกฤษอย่างคล่องปรื๋อ
       
       ซึ่งกับการที่คนสิงคโปร์ส่วนใหญ่สามารถที่จะสื่อสารภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี บวกเข้ากับการคมนาคมที่มีทั้งรถเมล์ รถแท็กซี่ รวมถึงรถใต้ดินที่ครอบคลุมทั่วประเทศ จึงทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปไหนต่อไหนได้อย่างสะดวกโยธิน และเพราะเป็นประเทศเล็กๆ จึงเป็นข้อได้เปรียบที่สามารถไปเที่ยวได้ในหลายๆ ที่ ผมจึงกำหนดการเดินทางท่องเที่ยวในลำดับต่อมาคือที่ไชน่าทาวน์ (Chinatown)
       
       ไชน่าทาวน์ของสิงคโปร์ก็คล้ายๆ ไชน่าทาวน์เยาวราชบ้านเรา คือเป็นชุมชนเก่าแก่ของชาวจีนอพยพ จึงทำให้ได้เห็นภาพบรรยากาศและกลิ่นอายชาวจีนอย่างท่วมท้น เมื่อเข้าไปในตลาดสดก็จะเป็นแหล่งรวมสินค้า ทั้งเครื่องใช้ เสื้อผ้า ของฝากของที่ระลึก รวมทั้งของกินเครื่องเทศยาจีนทั้งหลายให้ได้จับจ่ายซื้อหา นอกจากนี้เขายังมีมุมเล็กๆ ที่เป็นเหมือนลานกลางแจ้งสำหรับทำกิจกรรมและการแสดงต่างๆ อย่างวันที่ผมไปนั้นก็ทันได้เห็นเขาเล่นกายกรรมจีน ซึ่งแม้จะไม่ผาดโผนเร้าใจนักแต่ก็พอเรียกเสียงฮือฮาได้พอสมควร

 
ผ่านไปย่านลิตเติ้ลอินเดีย อย่าได้แปลกใจที่จะได้เห็นผู้คนเปิบข้าวด้วยมืออย่างเอร็ดอร่อย
       นอกจากนี้ยังมี ศูนย์มรดกทางวัฒนธรรมของชุมชนชาวจีนในสิงคโปร์ (China Town Heritage Center) ที่เป็นเหมือนที่บอกเล่ามรดกทางวัฒนธรรมของชุมชนชาวจีน มีการจัดแสดงบรรยากาศชีวิตความเป็นอยู่และข้าวของเครื่องใช้ของชาวจีนยุคบุกเบิกไว้ให้ชม ซึ่งดูแล้วก็ทำให้เข้าใจว่าเชื้อสายมังกรจีนยุคสมัยก่อนไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ใด ก็ล้วนแต่ต้องฝ่าฟันและต่อสู้กับความยากลำบากอย่างยิ่งยวด แต่ท้ายที่สุดก็สามารถก้าวขึ้นมาผงาดได้อย่างสวยงาม
       
       เสร็จสรรพจากนั้น ผมก็กำหนดการเดินทางไปยังลิตเติ้ลอินเดีย (Little India) ที่ตั้งอยู่บริเวณถนน Serangoon พอเดินเข้าไปย่านนี้ ก็อย่าหลงคิดว่าอยู่ในประเทศอินเดียเสียล่ะ ถ้าจะเห็นบรรดาแขกสาวทั้งโสดและไม่โสด พากันเดินอวดโฉมในชุดส่าหรีสีสด แล้วยังมีกลิ่นอบอวลของพวกธูปหอม เครื่องเทศต่างๆ ตลอดจนอาคารเก่าแก่ก็ยังเป็นเสน่ห์ชวนชม
       
       เท่าที่ผมเห็นรู้สึกว่าแขกที่นี่ส่วนใหญ่ จะเป็นแขกไฮโซที่ดูแล้วออกจะล่ำซำไม่น้อย นอกจากนี้ผมยังได้สัมผัสกับภาพวิถีชีวิตและวัฒนธรรมกับการกินอาหารในแบบฉบับอินเดียตอนใต้แท้ๆ ที่เขาจะเสิร์ฟข้าวสวยพร้อมกับข้าวลงบนใบตองแล้วเปิบด้วยมืออย่างเอร็ดอร่อย ทำให้นึกถึงคนแก่บ้านเราที่ก็ยังนิยมกินข้าวด้วยมือเปล่าอยู่บ่อยๆ

 
ชมชีวิตสัตว์ยามค่ำคืนที่ไนท์ซาฟารี
       และถ้าจะถามถึงแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติสวยๆ อย่างภูเขา น้ำตก สวยๆ อย่างเมืองไทยเรานั้น สิงคโปร์เขาไม่มี เพราะความที่เป็นประเทศเล็ก มีพื้นที่จำกัด แต่เขาก็พยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้มีพื้นที่สีเขียวมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ สวนสัตว์สิงคโปร์ สวนนกจูร่ง อุทยานป่าสงวนบูกิต ทิมาห์ อุทยานธรรมชาติสุไหงบูโลห์
       

       แต่ถ้าเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อ ที่ผมจะปิดทริปในยามค่ำคืนนี้ก็คือ ไนท์ซาฟารี (Night Safari) ซึ่งถือได้ว่าทำออกมาได้ดีจนถึงขนาดติดอันดับสวนสัตว์กลางคืนในระดับโลก นักท่องเที่ยวสามารถจะเลือกชมด้วยการเดินหรือจะนั่งรถรางก็ได้ แต่ไม่ว่าจะชมแบบไหน ก็จะได้เห็นความเป็นอยู่และการออกหากินของสัตว์ที่ใช้ชีวิตในเวลากลางคืน ซึ่งแต่ละชนิดก็จะมีรูปแบบการออกหากินแตกต่างกันไป แน่นอนว่าสัตว์ที่เป็นไฮไลต์ก็หนีไม่พ้นเจ้าป่าอย่างสิงโตตัวใหญ่ที่ดูทั้งน่ากลัวและน่าเกรงขาม จนผมเสียวสันหลังวาบเมื่อยามสบตาเขา
       
       แหล่งท่องเที่ยวในสิงคโปร์ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ในตอนหน้าผมจะพาไปที่ยังอีกหนึ่งพื้นที่สีเขียว นั่นคือสวนนกจูร่ง และอีกหนึ่งเกาะที่เต็มไปด้วยสีสันความสนุกสนานนั่นคือเกาะเซ็นโตซ่า พร้อมๆ กับพาไปเยือนถนนออร์ชาร์ด เพื่อช้อปปิ้งก่อนกลับเมืองไทย ยังไงๆอดใจไว้รอพบกันตอนหน้าครับผม
       
       
       
       

*    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    * 
       

       สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บริษัทโพแลร์ริสการท่องเที่ยว  โทร 02-715-9971-3

       ติดต่อ คุณหนู / คุณบอย / คุณกวาง   สายด่วน24ชั่วโมง 08-1421 2969 


       

สายการบินที่บินระหว่างประเทศไทยและประเทศสิงคโปร์ คือสายการบินไทย  www.thaiairways.com สายการบินแอร์เอเชีย www.airasia.com สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ www.singaporeair.com สายการบินไทเกอร์แอร์ www.tigerairway.com สายการบินซิลก์แอร์  www.silkair.com 

สอบถามราคาและรายละเอียดการเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆได้ที่ การท่องเที่ยวสิงคโปร์ประจำประเทศไทย โทร. 0-2630-4774 หรือที่ www.visitsingapore.com
       สถานทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย : ตั้งอยู่ที่ 129 ถ.สาธรใต้
       เบอร์ติดต่อ : 0-2286-2111 ต่อ 1434
       เวลาการขอวีซ่า : 8.00-12.00 Hrs.
       เอกสารประกอบการขอวีซ่า : หนังสือเดินทางไทยที่มีอายุใช้งานอย่างน้อย 6 เดือน ยกเว้นไม่ต้องทำวีซ่า อยู่ได้ 14 วัน ถ้าอยู่เกินเวลาที่กำหนด ให้ติดต่อที่ Immigration ที่ Singapore
       
       

       

 

*********************************************************************************************************************************


หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.
//