เข้าสู่ระบบ!!
หน้าแรก สินค้า เว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรา บทความ วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
ภาษาไทย
Mobile    
ค้นหา:
  บทความ  รถเข็น 
สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 19/04/2548
ปรับปรุงเวบเมื่อ 12/04/2560
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 1039


หมวดหมู่สินค้า/บริการ



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

Link
แลกเปลี่ยนเงินวันนี้
THAI NN



 

    

POLARIS TRAVEL SERVICE CO.,LTD.

บริษัท โพแลร์ริส การท่องเที่ยว จำกัด

TEL. 02-331 6235-6, 02-740 3756, 086 312 4569 

FAX. 02-331 6236

Line Id : polaristour

 มีความยินดีที่ท่านได้ใช้บริการของเราค่ะ

บทความ
ยลโฉม“บูเช็คเทียน”ที่มรดกโลก“ถ้ำหินหลงเหมิน” (อ่าน 9346/ตอบ 0)

วัดเฟิ่งเซียนไฮไลท์สำคัญของถ้ำหินหลงเหมินที่พระนางบูเช็กเทียนสร้างขึ้น
       ในประวัติศาสตร์หลายพันปีของแผ่นดินจีน มีวีรสตรีถือกำเนิดขึ้นมากมาย แต่ว่ากับสตรีที่เป็นฮ่องเต้นั้นแล้ว แดนมังกรมีเพียงหนึ่งเดียวคือ จักรพรรดิหญิง “อู่เจ๋อเทียน” หรือที่บ้านเรารู้จักกันดีในนาม “พระนางบูเช็กเทียน” พญาหงส์เหนือมังกรอันลือลั่น
       
       สำหรับเรื่องราวชีวิตของบูเช็กเทียน (พ.ศ. 1168 –1249) ข้าพเจ้าถือว่าเพริศแพร้วยิ่งกว่านวนิยายเสียอีก โดยเฉพาะเส้นทางการขึ้นครองราชย์ของนาง
       
       ที่ในหนังสือประวัติศาสตร์ “ถังซู(ใหม่)” ได้กล่าวเอาไว้ว่า บูเช็กเทียนหลังจากถูกเรียกตัวเข้าวังเป็นเยาวสนมเมื่ออายุได้ 14 ปีในตำแหน่ง “ไฉเหยิน” (เจ้าปัญญา) ของ พระเจ้าถังไท่จง(หลี่ซื่อหมิน) 
       แห่ง ราชวงศ์ถัง ครั้นพระเจ้าถังไท่จงสวรรคต บูเช็กเทียนและนางสนมกลุ่มหนึ่งได้ถูกขับออกจากวังให้ไปบวชชีอยู่ที่ วัดก่านเย่ในกรุงฉางอาน(ปัจจุบันคือเมืองซีอาน) ซึ่งเป็นเมืองหลวงในยุคนั้น

 
มรดกโลกถ้ำหินหลงเหมิน สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองลั่วหยางที่ไม่เคยร้างลานักท่องเที่ยว
       โดยบูเช็กเทียนมีโอกาสกลับเข้าวังอีกครั้งเมื่อพระเจ้าถังเกาจงขึ้นครองราชย์ ในตำแหน่งเจาหยี(อันดับสอง) ซึ่งถือว่านี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางการที่เต็มไปด้วยเลือด การสังหาร และเล่ห์กลอุบาย ในการขึ้นสู่บังลังก์เป็นฮ่องเต้หญิงหนึ่งเดียวในแดนมังกร ก่อนที่นางจะสถาปนาราชวงศ์โจวขึ้นแทนราชวงศ์ถัง ซึ่งบูเช็กเทียนได้สังหารทุกคนที่ขัดขวางเส้นทางแห่งอำนาจของนางอย่างเลือดเย็นและไตร่ตรอง
       
       เรื่องนี้ "หลินยู่ถัง" (Lin Yutang : พ.ศ.2438-2519)นักประพันธ์ชื่อดังของจีน ได้เขียนไว้ในหนังสือ “ประวัติบูเช็กเทียน” ถึงสถิติการฆ่าคนอย่างมีแผนการของนางว่า พระนางบูเช็กเทียนได้ฆ่าลูกสาว ลูกชาย หลาน และเชื้อพระวงศ์ที่ใกล้ชิดรวม 23 องค์ ฆ่าองค์ชายในรางวงศ์ถังแซ่หลี่ 50 องค์ ฆ่าเสนาบดีและขุนผลฝีมือดี 36 คน รวมทั้งหมด 109 คน!!!
       
       นี่ถือเป็นหนึ่งในเรื่องราวด้านมืดของบูเช็กเทียน
       
       จากด้านมืดหันมาดูด้านสว่างของบูเช็กเทียนกันบ้าง

 
ถ้ำผาหลงเหมินมีแม่น้ำอีเหอไหลผ่ากลางนับเป็นชัยภูมิที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการท่องเที่ยว
       ที่นักประวัติศาสตร์จีนบางคนถือว่าบูเช็กเทียนเป็นวีรสตรีคนหนึ่ง ก็เพราะว่านางได้สร้างคุณความดีให้กับประเทศชาติมากมาย ซึ่งเรื่องที่โดดเด่นที่สุดก็เห็นจะเป็นเรื่องของการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา โดยหนึ่งในรอยอดีตอันยิ่งใหญ่ของบูเช็กเทียนนั้นอยู่ที่ “วัดเฟิ่งเซียน” ที่ถือเป็นไฮไลท์และสัญลักษณ์สำคัญทางการท่องเที่ยวของ มรดกโลก“ถ้ำหินหลงเหมิน”หรือ “ถ้ำผาหลงเหมิน” ในเมืองลั่วหยาง มณฑลเหอหนาน
       
       ถ้ำหินหลงเหมิน ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์แหงความเลื่อมใสศรัทธาในศาสนาพุทธที่โดดเด่นไปด้วยศิลปะการแกะสลักหินอันยอดเยี่ยม โดยถ้ำแห่งนี้ถือกำเนิดขึ้นมาในราชวงศ์วุ่ย จากดำริของเซี่ยวเหวินตี้ฮ่องเต้(ครองราชย์ พ.ศ.1014-1042 นอกจากนี้เซี่ยวเหวินฮ่องเต้ยังเป็นผู้สร้าง วัดเส้าหลิน อีกด้วย) เพื่อทำนุบำรุงศาสนาพุทธโดยการให้ช่างแกะสลักพระพุทธรูปขึ้นที่หน้าผาแห่งนี้

 
บางช่วงของผนังถ้ำจะมีภาพแกะสลักหินเจดีย์ประดับอยู่
       หลังจากนั้นถ้ำหินหลงเหมินก็มีการแกะสลักยาวนานต่อเนื่อง ก่อนที่จะสิ้นสุดลงในราชวงศ์ถังรวมระยะเวลาได้ 400 กว่าปี มีระยะทางรวมประมาณ 1.5 กิโลเมตร มีผาแกะสลักประมาณ 1,300 คูหา มีโพรงแท่นบูชา 2,345 ช่อง มีศิลาจารึกสลักอักษรจีนแลบันทึกต่างๆกว่า 3,600 หลัก มีเจดีย์พุทธแกะสลักกว่า 50 องค์ มีพระพุทธรูปองค์น้อยใหญ่แกะสลักกว่า 100,000 องค์
       
       นอกจากจะมากมายด้วยพระพุทธรูปแกะสลักแล้ว ปัจจุบันถ้ำหินหลงเหมินถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งแห่งเมืองลั่วหยาง ซึ่งนอกจากจะมีรอยอดีตอันยิ่งใหญ่แล้ว ชัยภูมิของถ้ำแห่งนี้นับว่าเหมาะแก่การท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าถ้ำหินหลงเหมินมีแม่น้ำอีเหออันไหลผ่ากลาง แบ่งถ้ำหินหลงเหมินแห่งหุบเขาหลงเหมินเป็นฝั่งตะวันออกและตะวันตก
       
       ทั้งสองฝั่งหันหน้าเข้าหากัน และมีพระพุทธรูปแกะสลักอยู่ทั่วไป มีสะพานเชื่อม 2 ฟากฝั่ง ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งในมุมถ่ายรูปยอดฮิตของนักท่องเที่ยวในมุมสะพานสะท้อนเงาแม่น้ำ และจากสะพานหากเดินไปเรื่อยๆก็จะได้พบกับศิลปะการแกะสลักหินที่น่าสนใจมากมาย โดยที่น่าสนใจก็มี
       
       ถ้ำปิงหยัง ที่โดดเด่นไปด้วยศิลปะในยุคราชวงศ์วุ่ย (พ.ศ. 929-1055) ที่สะท้อนรสนิยมความงามของยุคนั้นออกมาคือพระพักตร์ของพระพุทธรูปจะมีหน้ารีเป็นรูปไข่ รูปร่างดูสูงเพรียว โดยที่ถ้ำแห่งนี้ได้แกะสลักรูปเซี่ยวเหวินตี้ฮ่องเต้และไทเฮากำลังประกอบพิธีทางศาสนาอยู่

 
ถ้ำพระพุทธรูปหมื่นองค์ที่เชื่อว่าสร้างขึ้นเพื่อรำลึกวันมาฆบูชา
       ถ้ำกู่หยัง ถือเป็นถ้ำแรกที่สร้างขึ้น ภายในถ้ำมีงานแกะสลักที่เต็มไปด้วนรายละเอียด มีโพรงแท่นบูชาพระพุทธรูป 3 ชั้น มีรูปพระศากยมุนี รูปพระศรีอาริยเมตรไตรในอิริยาบถที่แตกต่างกันไป
       
       อีกถ้ำหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยก็คือถ้ำพระพุทธรูปหมื่นองค์ ที่ภายในนอกจากจะมีองค์พระประธานแล้วยังมีรูปสลักพระพุทธรูปองค์เล็กขนาดนิ้วมือ ที่ว่ากันว่าเป็นพระพุทธรูปแกะสลักที่มีขนาดเล็กที่สุดแห่งถ้ำหินหลงเหมินอยู่ที่ผนังถ้ำจำนวนกว่า 15,000 องค์ ซึ่งมีความเชื่อว่าถ้ำนี้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงวันมาฆบูชาที่มีพระอรหันต์มาชุมนุมกัน 1,250 รูป
       
       จากพระพุทธรูปที่เล็กที่สุดไปดูพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดกันบ้าง ที่วัดเฟิ่งเซียน ที่ข้าพเจ้าได้เล่าไว้ในเบื้องต้นว่านี่คือรอยอดีตด้านสว่างอันยิ่งใหญ่ของพระนางบูเช็กเทียน เพราะนางได้สั่งให้ช่างสร้าง “พระพุทธรูปโรจนะ” ที่สูงใหญ่ที่สุดแห่งถ้ำหินหลงเหมินขึ้นมา โดยสูงถึง 17.4 เมตร มีพระเศียรสูงถึง 4 เมตร นับเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดของถ้ำหินหลงเหมิน โดยมีงานแกะสลักพระพุทธรูปและเทพเจ้าขนาดรองลงมายืนอยู่ที่ผนังถ้ำทั้ง 2 ด้าน ซึ่งงานแกะสลักที่วัดนี้ถือเป็นงานแกะสลักชุดสุดท้ายของถ้ำหินหลงเหมิน

 
ว่ากันว่าพระพักตร์ของพระโรจนะคือพระพักตร์ของบูเช็กเทียนนั่นเอง

       สำหรับองค์พระพุทธรูปโรจนะนั้น ไม่เพียงแค่ใหญ่โตอย่างเดียวแต่ยังเป็นพระพุทธรูปที่งดงามสมบูรณ์ที่สุด มีด้วยพระวรกายที่อวบอัด มีพระพักตร์กลมดูอิ่มเอิบสมบูรณ์ ถือเป็นงานศิลปะที่สะท้อนถึงรสนิยมความงามของราชวงศ์ถังได้เป็นอย่างดี
       
       ว่ากันว่าพระพักตร์ของพระพุทธรูปโรจนะองค์นี้ก็คือใบหน้าของบูเช็กเทียนนั่นเอง!!!เพราะว่านางเป็นคนสั่งให้ช่างสร้างขึ้นมา ซึ่งจะว่าไปแล้วก็คล้ายกับกรณีของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่สลักรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ไว้บริเวณยอดปรางก์ ปราสาทบายน  ซึ่งนักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าคือใบหน้าของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
       
       นอกจากนี้หากดูจากบันทึกทางประวัติศาสตร์ประกอบอาจเป็นไปได้ว่า บูเช็กเทียนนั้นต้องการให้ช่างแกะสลักตัวเองขึ้นมา เพราะเชื่อคำของพระภิกษุรูปหนึ่งที่กล่าวว่า นางคือพระอาริยเมตรไตรกลับชาติมาเกิด
       
       เรื่องนี้จริง-เท็จอย่างไรคงต้องให้นักประวัติศาสตร์พิสูจน์กันต่อไป แต่ที่จริงแท้แน่นอนก็คือบูเช็กเทียนเป็นฮ่องเต้หญิงหนึ่งเดียวแห่งประวัติศาสตร์ชาติจีน ที่แม้ว่านางจะจากโลกไปร่วม 1,300 ปีแล้ว แต่ว่าเรื่องราวของนางยังคงอยู่ให้คนวิพากษ์วิจารณ์กันต่อไปว่า "บูเช็กเทียน" นางเป็นวีรสตรี หรือหญิงชั่วช้ากันแน่???
       
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *

     

     สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บริษัทโพแลร์ริสการท่องเที่ยว  โทร 02-715-9971-3

       ติดต่อ คุณหนู / คุณบอย / คุณกวาง   สายด่วน24ชั่วโมง 08-1421 2969 


       ถ้ำหินหลงเหมิน ตั้งอยู่ในเมืองลั่วหยาง แห่งมณฑลเหอหนาน โดยอยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางใต้ประมาณ 13 กม. สำหรับคนไทยการเที่ยวถ้ำหินหลงเหมินสามารถติดต่อได้ที่บริษัททัวร์ทั่วไป หรือหากจะไปเที่ยวเองเส้นทางที่สะดวกที่สุดคือ จากกรุงเทพฯเดินทางสู่เมืองซีอาน มณฑลส่านซี (มีสายการบินบางกอกแอร์เวยส์เปิดบินตรง กรุงเทพฯ-ซีอาน  สอบถามได้ที่ 1771) และจากซีอานเดินทางสู่เมืองลั่วหยาง จากนั้นนั่งรถประจำทางสาย 81,53,60 จากตัวเมืองสู่ถ้ำผาหลงเหมิน เสียค่าเข้าชมคนละ 60 หยวน(1 หยวนประมาณ 5 บาท) เปิดทุกวัน 7.30-18.30 น. ส่วนหน้าหนาวเปิด 7.30-17.30 น.
       
       นอกจากถ้ำหินหลงเหมินแล้ว ลั่วหยางยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับยอดคนอันโด่งดังก็คือ กวนลิ้ม หรือ สุสานกวนอู ที่ปัจจุบันถือกวนอูแห่งยุค 3 ก๊ก เป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์แห่งแดนมังกร โดยกวนลิ้มเมืองลั่วหยางเป็นที่ฝังศีรษะกวนอู นับเป็นสุสานกวนอูเลื่องชื่อ 1 ใน 3 ของเมืองจีน
       
       อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
        บูเช็คเทียน ฮ่องเต้อิสตรีองค์เดียวของจีน 
       ถ้ำผาหลงเหมิน ที่ลั่วหยัง
        

 

**********************************************************************************************************

 


หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.
//