เข้าสู่ระบบ!!
หน้าแรก สินค้า เว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรา บทความ วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
ภาษาไทย
Mobile    
ค้นหา:
  บทความ  รถเข็น 
สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 19/04/2548
ปรับปรุงเวบเมื่อ 12/04/2560
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 1039


หมวดหมู่สินค้า/บริการ



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

Link
แลกเปลี่ยนเงินวันนี้
THAI NN



 

    

POLARIS TRAVEL SERVICE CO.,LTD.

บริษัท โพแลร์ริส การท่องเที่ยว จำกัด

TEL. 02-331 6235-6, 02-740 3756, 086 312 4569 

FAX. 02-331 6236

Line Id : polaristour

 มีความยินดีที่ท่านได้ใช้บริการของเราค่ะ

บทความ
วัดเส้าหลิน" ถิ่นยอดกังฟูแดนมังกร (อ่าน 8631/ตอบ 0)
วัดเส้าหลินวัดเก่าแก่กว่า 1,500 ปี ที่วันนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของเมืองจีน
       หากเอ่ยนาม “วัดเส้าหลิน” หรือ “เสี้ยวลิ้มยี่” ข้าพเจ้าเชื่อว่าหลายๆคนรู้จักชื่อเสียงของวัดนี้เป็นอย่างดี เพราะกว่าครึ่งของนิยายหนังจีนกำลังภายใน ล้วนแต่มีวัดเส้าหลินหรือไม่ก็หลวงจีนวัดเส้าหลินเข้าไปเกี่ยวข้องเสมอ
       
       และส่วนใหญ่เหล่าหลวงจีนเส้าหลินก็มักจะสำแดงเพลงหมัดมวย หรือ“กังฟูเส้าหลิน”อันยอดเยี่ยมให้คอหนังและคอนิยายกำลังภายในได้ประจักษ์กันอยู่เสมอ
       
       เรียกได้ว่าในหนังและนิยายกำลังภายในนั้นเพลงหมัดมวยเส้าหลินไม่เป็นที่สองรองใคร
       
       ส่วนในโลกความจริงแห่งยุคโลกาภิวัตน์ เส้าหลินไม่เพียงแค่โดดเด่นเรื่องกังฟูเท่านั้น แต่วัดเส้าหลินยังถือเป็นวัดพุทธนิกายเซ็นอันดับหนึ่งในเมืองจีนอีกด้วย

 
พลังกล้ามเนื้อเหล็กหนึ่งในยอดวิชากังฟูของเส้าหลิน
       วัดเส้าหลิน(Shaolin Temple) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเทือกเขาซงซาน ในอำเภอเติงเฟิง (Dengfeng)แห่งมณฑลเหอหนาน(Henan) วัดนี้สร้างขึ้น ใน ค.ศ. 495 ในสมัยของเซี่ยวเหวินตี้ฮ่องเต้ (ครองราชย์ค.ศ. 471 – 499) แห่งราชวงศ์วุ่ย(เว่ย) ปัจจุบันวัดเส้าหลินมีอายุกว่า 1,500 ปี ซึ่งทางรัฐบาลจีนกำลังขอเป็นมรดกโลก
       
       สำหรับจุดประสงค์ของการสร้างวัดเส้าหลินนั้นก็เพื่อให้เป็นที่พำนักของพระภิกษุจากอินเดียที่เดินทางมาเผยแผ่พุทธศาสนา
       
       และเมื่อพูดถึงวัดเส้าหลินและเพลงหมัดมวยแล้ว หากจะไม่พูดถึง “ท่านปรมาจารย์ตั๊กม้อ” ข้าพเจ้าว่าดูจะกระไรอยู่ เพราะว่าถ้าไม่มีท่าน บางทีเสี้ยวลิ้มยี่อาจไม่มีเพลงหมัดมวยก็เป็นได้
       
       ท่าน “ตั๊กม้อ”(ชื่อจีน) หรือ “ตะโม ภิกขุ”(ชื่ออินเดีย) หรือ “พระโพธิธรรม”(ชื่อไทย) เป็นพระภิกษุชาวชมพูทวีป(อินเดีย) ที่ว่ากันว่าท่านตั๊กม้อเป็นถึงโอรสกษัตริย์ที่ออกบวชเพราะซาบซึ้งในรสพระธรรม และท่านได้เดินทางจากอินเดีย มาเผยแผ่พุทธศาสนานิกายเซ็นในเมืองจีน ราว ค.ศ. 527

 
อามิตตาพุทธ...
       ท่านตั๊กม้อผู้ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสท่านแรกแห่งเส้าหลินไม่เพียงแต่ยอดเยี่ยมในทางธรรมเท่านั้น แต่ว่าในเรื่องของวิทยายุทธ์ท่านก็สุดยอดเหมือนกัน ครั้นเมื่อมายังวัดเส้าหลินเห็นว่าวัดนี้ตั้งอยู่ในป่าที่ชุกชุมไปด้วยสัตว์ร้าย และการที่บรรดาหลวงจีนต้องนั่งสมาธินานๆโดยไม่ได้ออกกำลังกายก็ทำให้สุขภาพเสื่อมโทรมได้ง่าย ท่านตั๊กม้อจึงคิดท่าเต้นแอโรบิคขึ้นมา เอ้ย!!! ไม่ใช่ ท่านตั๊กม้อได้คิดเพลงหมัดมวยขึ้นมาเพื่อใช้ออกกำลังกาย และใช้ป้องกันตัวจากสัตว์ดุร้าย
       
       และนั่นก็คือต้นกำเนิดของกังฟูเส้าหลินอันลือลั่น ซึ่งในวันนี้กังฟูเส้าหลินถือเป็นหนึ่งในสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่เคียงคู่มากับความเก่าแก่และสิ่งที่น่าสนใจภายในวัด จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง แห่งมณฑลเหอหนาน ซึ่งเมื่อเดินทางมาถึงเชิงเขาซงซานบริเวณที่ตั้งวัด ก็จะเห็นรูปปั้นสีดำทะมึนของหลวงจีนเส้าหลิน ยืนประสานมือต้อนรับนักท่องเที่ยว ในท่วงท่าที่คอหนังจีนกำลังภายในคงจะคุ้นกันดี
       
       ถัดจากรูปปั้นไปก็จะเป็นลานทางเดินขนาดใหญ่ 2 ข้างขนาบด้วยสถาปัตยกรรมจีนโบราณแต่ว่าเพิ่งสร้างใหม่ขึ้นมาหมาดๆ เพื่อไว้ขายของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยว พ้นจากลานไปก็เป็นทางเดินสู่วัดเส้าหลินระยะทางกิโลเมตรกว่า ซึ่งใครใคร่เมื่อยก็เดิน ส่วนใครขี้เกียจก็นั่งรถกอล์ฟไปได้ในสนนราคาคนละ 5 หยวน แหม...วัดเส้าหลินนี่การตลาดไม่เบา
       
       อนึ่งในช่วงกลางระหว่างทางจะเป็นโรงเรียนสอนกังฟูเส้าหลินอันโด่งดังที่ในแต่ละวันจะเห็นอาจารย์มาสอนเด็กๆตัวน้อยฝึกกังฟูอยู่มากมาย

 
บรรยากาศในวัดเส้าหลินยังคงขรึมขลังไม่สร่างซา
       และถ้าอยากรู้ว่ากังฟูเส้าหลินเยี่ยมยอดแค่ไหนก็ต้องตีตั๋วเข้าไปดูการแสดงกังฟูของนักเรียนในโรงเรียนนี้ที่จะแต่งกายเป็นเณรเส้าหลิน แล้วออกมาโชว์ยอดวิทยายุทธ์มากมายให้นักท่องเที่ยวชม ไม่ว่าจะเป็นวิชาเบสิค อย่างเพลงหมัดมวย เพลงดาบ เพลงทวน เพลงกระบอง
       
       จากนั้นก็ยกระดับฝีมือขึ้นเป็น วิชาหัวเหล็กที่โชว์การใช้หัวยืนต่างเท้า ใช้แผ่นเหล็กตีหัวเหล็กแล้วหัวอยู่ปลอดภัยแต่เหล็กหัก วิชากล้ามเนื้อเหล็ก ที่โชว์การวางตัวโดยใช้หน้าท้องทิ้งทั้งตัวไปบนคมหอก แถมเณรผู้ช่วยยังโชว์ความเก๋าด้วยการจับเพื่อนเณรกล้ามเนื้อเหล็กหมุนอีก 2-3 รอบ
       
       นอกจากนี้ก็ยังมีวิทยายุทธ์อีกมากมาย ที่ดูแล้วเพลินตา เพลินอารมณ์ดีแท้

 
ตัว“ปี้ซี”ที่ปัจจุบันกลายเป็นเก้าอี้พักก้นอย่างดีสำหรับเด็กๆ
       จากโรงเรียนกังฟูทีนี้ก็เข้าสู่เข้าเขตวัด ซึ่งเมื่อผ่านซุ้มประตูไปก็จะสัมผัสได้กับบรรยากาศแห่งเสี้ยวลิ้มยี่อันขรึมขลัง โดยทางเดินที่ทอดยาวเบื้องหน้านั้น เรียงรายไปด้วยต้นแปะก๊วยโบราณที่ขึ้นขนาบอยู่ 2 ข้างทาง มีบรรพบุรษต้นแปะก๊วยอายุกว่า 1,200 ปี ขึ้นโดดเด่นอยู่ที่ปลายทางด้านขวามือ โดยทางเดินได้ทอดตัวสู่ “วิหารเทวราช” ซึ่งโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณ ส่วนด้านซ้ายมือเป็นหอกลอง ด้านขวามือเป็นหอระฆัง
       
       เมื่อไหว้พระประธานแล้วเดินผ่านลึกเข้าไปในเสี้ยวลิ้มยี่ที่ร่มครึ้มและมากไปด้วยนักท่องเที่ยว ก็จะได้พบกับอีกหนึ่งเสน่ห์ของวัดนี้ นั่นก็คือ ตัว“ปี้ซี”ที่เป็นหนึ่งในสัตว์ศักดิสิทธิ์ของคนจีน ตัวเป็นเต่าแต่มีหัวเป็นมังกร ซึ่งข้าพเจ้าคิดไปคิดมาก็คล้ายๆกับนักการเมือง ข้าราชการ ผู้สูงวัยหลายๆคนที่มีตัวเป็นคนแต่หัวเป็นงู(ฮา)
       
       ความพิเศษคนจีนโบราณเชื่อกันว่าเมื่อไปลูบคลำตรงหัว จะโชคดีไม่มีอดตาย หากลูบคอจะปลอดภัยไร้โรคา ส่วนลูบฟันจะถูกหวยรวยทรัพย์ และถ้าลูบหลังจะมีลูกดก
       
       ด้วยเหตุนี้ตัวปี้ซีส่วนใหญ่จึงถูกลูบคลำกันจนมันแผล็บ ไม่แพ้ถันนางอัปสราที่นครวัดเหมือนกัน
       
       แต่ว่านั่นก็เป็นความเชื่อของคนจีนรุ่นเก่า ส่วนรุ่นใหม่นั้นตัวปี้ซีคือแบบถ่ายรูปชั้นเยี่ยมที่นิยมไปยืนจุ้ยถ่ายรูปคู่กับปี้ซี ส่วนที่หนักไปกว่านี้ก็คือเห็นปี้ซีเป็นเก้าอี้ชั้นดี ใช้นั่งใช้ขี่กันอย่างสนุก ส่วนข้าพเจ้านั้นเพื่อความชัวร์ก็ขอขอลูบปี้ซีทั้งตัว เรียกว่าเอาแบบเต็มเวอร์ชั่นกันเลย

 
รูปปั้นท่านตั๊กม้อยืนโดดเด่นซึ่งพระเส้าหลินรุ่นปัจจุบันต่างก็ดำเนินตามแนวทางของท่าน

       เมื่อใครลูบปี้ซีกันจนหนำใจแล้ว ก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ต่อการเดินสู่ไฮไลท์แห่งวัดเส้าหลิน ที่ “วิหารตั๊กม้อ” หรือ “วิหารเจ้าอาวาส” ซึ่งปรากฏเป็นฉากในหนังกำลังภายในและในยุทธจักรนิยายมากมาย
       
       ภายในวิหารนอกจากจะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปตามแบบมหายานแล้ว หากสังเกตดีๆที่พื้นในวิหารจะดูเป็นหลุมเป็นบ่อ ซึ่งหากใครไม่รู้อาจจะนึกว่าพื้นทรุด แต่จริงๆแล้วที่นี่ในอดีตคือสถานที่ฝึกเพลงยุทธ์ของ 18 อรหันต์ทองคำวัดเส้าหลิน ที่ส่วนใหญ่มีกำลังภายในเหลือล้นจึงกระทืบพื้นวิหารเป็นหลุมเป็นบ่อทั่วไปหมด
       
       ส่วนสิ่งที่น่าสนใจอีก 2 จุดในวิหารตั๊กม๊อ ก็คือทางด้านซ้ายมือสุดจะมีรูปปั้น “หลวงจีนกั๊กเอี้ยง” ยืนโดดเด่น ท่านผู้นี้เป็นยอดหลวงจีนที่งำประกายตัวเองด้วยการเป็นพระพ่อครัว และเป็นผู้คิดค้นกระบวนท่า 18 อรหันต์ ก่อนที่จะพา “เตียซำฮง”อดีตศิษย์ตัวน้อยแห่งเส้าหลิน ออกไปฝึกปรือวิทยายุทธ์ จนท่านเตียซำฮง กลายเป็นยอดจอมยุทธ์และไปเปิด“สำนักบู๊ตึ้ง”อันลือลั่น(หาอ่านเพิ่มเติมได้ในเรื่อง“ดาบมังกรหยก”ของ”กิมย้ง”)
       
       ส่วนทางขวามือสุดยังมีรูปปั้นของท่านตั๊กม้อที่หน้าตาขึงขัง หนวดเคราครึ้ม ยืนสะพายง้าว และม้วนคัมภีร์โดดเด่นอยู่ ซึ่งข้าพเจ้าเมื่อไปยืนสักการะท่านตั๊กม้อแล้วรู้สึกว่าท่านจากไปแค่ร่างกายเท่านั้น ส่วนชื่อของท่านและเรื่องราวที่กระทำยังคงอยู่
       
       และจะคงอยู่คู่เส้าหลินไปจวบจนกาลปาวสาน...
       
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *

      สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บริษัทโพแลร์ริสการท่องเที่ยว  โทร 02-715-9971-3

       ตืดต่อ คุณหนู / คุณบอย / คุณกวาง   สายด่วน24ชั่วโมง 08-1421 2969

 

       วัดเส้าหลิน ตั้งอยู่ อ.เติงเฟิง เมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน ตั้งอยู่กลางกลางระหว่างเมืองเจิ้งโจว(ห่างประมาณ 70 กม.) และเมืองลั่วหยาง(ห่างประมาณ 80 กม.มีรถโดยสารประจำทางสายวัดเส้าหลินวิ่งถึง ราคา 20 หยวน) ซึ่งจากเมืองทั้ง 2 สามารถนั่งรถไปใช้เวลาประมาณ 1 ชม.กว่าๆ
       
       ผู้สนใจเที่ยววัดเส้าหลิน หรือมณฑลเหอหนาน สามารถติดต่อได้ตามบริษัททัวร์ทั่วไป ทั้งนี้การเดินทางจากเมืองไทยที่สะดวกที่สุดสู่วัดเส้าหลินคือ จากกรุงเทพฯเดินทางสู่เมืองเจิ้งโจว (Zhengzhou) ซึ่งปัจจุบันมีสานการบินบางกอกแอร์เวยส์เปิดบินตรง กรุงเทพฯ-เจิ้งโจว สอบถามได้ที่ 1771จากนั้นเดินทางสู่วัดเส้าหลินที่อำเภอเติงเฟิง ค่าเข้าชมวัดเส้าหลิน 40 หยวน( 1 หยวนประมาณ 5 บาท)
       
       อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
        ปรมาจารย์ตั๊กม้อ

 

*************************************************************************************************************************************


หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.
//